ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสามารถวัดได้จากหลายปัจจัย ตัวอย่างเช่น ต้นทุน มูลค่าเพิ่ม ขนาดตลาด ต้นทุน ประสิทธิภาพการผลิต เทคโนโลยี อัตราส่วนการขาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนธนาคารโลก การเงินระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ละอุตสาหกรรมกำหนดความสามารถในการแข่งขันใกล้เคียงกัน ในบทความนี้จะกล่าวถึงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ตอบสนองความต้องการของตลาด
การแข่งขันอุตสาหกรรม มีความสามารถอย่างไรบ้าง
เมื่อพูดถึงการแข่งขันทางอุตสาหกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ซึ่งประเทศไทยได้ผลิตสินค้าต่าง ๆ กระจายไปยังต่างประเทศ ทั้งยังเป็นสิ่งที่ตลาดโลกนั้นต้องการ จะสามารถกล่าวได้ดังนี้
- ความสามารถเชิงผลลัพธ์ เมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมที่ตัวแปรที่ใช้ในการวัดผลการแข่งขันคือจำนวนการชำระบัญชีและรายได้โดยรวมของอุตสาหกรรม ประเทศใดมีการแข่งขันสูง ผู้ที่อยู่วงการอุตสาหกรรมนั้นมักจะทำกำไรได้มาก และมีจำนวนไม่น้อยที่ออกจากวงการ การเปรียบเทียบโรงงานตามขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นมีความแตกต่างกันและมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกันอย่างเห็นได้ชัด
- ความสามารถด้านราคา เป็นการเปรียบเทียบต้นทุนที่ใช้ในการผลิตสินค้า เช่นต้นทุนโดยรวม ค่าจ้าง ประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำจะได้เปรียบในการแข่งขัน มีตัวแปรที่นิยมใช้วัดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา นั่นคือมูลค่าของผลผลิตเทียบกับต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยและผลผลิตต่อต้นทุนแรงงาน ความนิยมนี้ได้คำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการพัฒนา การสะสมทุน และการวิจัย นโยบายเศรษฐกิจ ปัจจัยดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการกำหนดมูลค่าของสินค้าและค่าจ้าง การวัดความสามารถนี้เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบการผลิตในอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรหรือผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน
- ความสามารถเชิงคุณภาพ เป็นการเปรียบเทียบศักยภาพของอุตสาหกรรม เช่นระดับเทคโนโลยีที่ใช้ ประสิทธิภาพการผลิต การส่งออก ระดับการศึกษา เชื่อว่าความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไฮเทคในการผลิตสินค้าจะมีมากกว่าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีต่ำ ในการวัดความสามารถนี้เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบอุตสาหกรรม ซึ่งเปรียบเทียบการใช้เทคโนโลยีและลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรมนั้น ๆ
- สัดส่วนการส่งออก วัดจากปริมาณสินค้าอุตสาหกรรมที่ส่งออกในแต่ละประเทศ
- มูลค่าเพิ่มภายในประเทศ วัดได้จากอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ
- มูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรม เป็นการวัดสัดส่วนของมูลค่าเพิ่มในโรงงานเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
- ผลิตแรงงาน คือ บริการผลิตแรงงานต่อหน่วยเวลาหรือมูลค่าผลิตภัณฑ์
จะเห็นได้ว่าความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของประเทศที่มีผลกระทบต่อตลาดไม่ว่าจะเป็นตลาดโลกหรือตลาดในประเทศจะมีปัจจัยหลายอย่างที่วัดความสามารถของประเทศซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าอุตสาหกรรมในประเทศนั้น ๆ มีศักยภาพและสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอันเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก
